ข้าแต่พระนาคเสน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า การไม่มีที่อยู่ประจำ ไม่มีความอาลัย ในสิ่งใดเป็นความเห็นของมุนี ดังนี้ แล้วตรัสอีกว่า บุคคลควรสร้างวิหารให้น่ายินดี ควรให้ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพหูสูตรมาอยู่ในวิหารนั้น ดังนี้ ปัญหานี้ก็เป็นอุภโตโกฏิ ควรแก้ไขให้สิ้นสงสัย
พระนาคเสนตอบว่า
ขออถวายพระพร สมเด็จพระชินวรเจ้า ได้ตรัสคำทั้งสองนั้น ไว้อย่างนั้นจริง ๆ คำที่ตรัสว่า การไม่มีที่อยู่ประจำ ไม่มีความอาลัยในสิ่งใด เป็นความเห็นของมุนีนั้น เป็นคำที่ตรัสออกไปด้วยทรงเห็นว่า
สิ่งทั้งสองนั้นสมควรแก่สมณะ เพราะสมณะไม่สมควรมีที่อยู่ประจำ ไม่ควรอาลัยในสิ่งใด ควรทำตนเหมือนกับเนื้อในป่าฉะนั้น
ข้อที่ตรัสไว้ว่า บุคคลควรสร้างวิหารให้น่ายินดี แล้วให้ภิกษุผู้เป็นพหูสูตรทรงพระไตรปิฏกมาอยู่นั้น ตรัสด้วยทรงเล็งเห็นประโยชน์ ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ ทรงเล็งเห็นว่า วิหารทาน การให้ที่อยู่อาศัยเป็นทาน เป็นของที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญว่าดี พวกสร้างวิหารให้เป็นทาน อาจสำเร็จแก่พระนิพพาน พ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย อันนี้เป็นอานิสงส์ในการสร้างวิหารทานเป็นข้อแรก
ประการที่ ๒ เมื่อมีวิหารอยู่ก็จักกมีพระภิกษุผู้มีความรู้ มาอาศัยอยู่เป็นอันมาก ใครอยากพบเห็นก็พบเห็นได้ง่าย อันนี้เป็นอานิสงส์ในวิหารข้อที่สอง แต่พระภิกษุไม่ควรมีความอาลัยเกี่ยวข่องในที่อยู่ จึงทรงสอนอย่างนั้น ขอถวายพระพร
ถูกแล้ว พระนาคเสน
ปัญหาที่ ๖
ถามเรื่องสำรวมท้อง
ข้าแต่พระนาคเสน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุไม่ควรประมาทในอาหารที่ลุกขึ้นยืนรับ ควรเป็นผู้สำรวมท้อง ดังนี้แล้วตรัสอีกว่า ดูก่อนอุทายี บางคราวเราตถาคตได้ฉันอาหารเต็มเสมอขอบปากบาตร บางคราวก็ยิ่งกว่านั้น ดังนี้
ถ้าทรงสอนให้สำรวมท้อง คำที่ตรัสว่า บางคราวเสวยเต็มเสมอขอบปากบาตรและยิ่งกว่าก็มีนั้น ก็ผิดไป ปัญหานี้ก็เป็นอุภโตโกฏิ ควรแก้ไขให้สิ้นสงสัยเช่นกัน
พระนาคเสนตอบว่า
ขอถวายพระพร คำที่ตรัสไว้ทั้งสองอย่างนั้น เป็นจริงทั้งนั้น ส่วนคำที่ตรัสว่า ไม่ควรประมาทในอาหารที่ลุกขึ้นยืนรับ ควรเป็นผู้สำรวมท้องนั้น เป็นถ้อยคำที่ปรากฏทั่วไปของพระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัพพัญญูเจ้าทั้งหลาย
เพราะเหตุว่า ผู้ไม่สำรวมท้องย่อมทำบาปต่าง ๆ ได้ คือทำปาณาติบาตก็มี ทำอทินนาทานก็มี ทำกาเมสุสิจฉาจารก็มี กล่าวมุสาวาทก็มี ดื่มน้ำเมาก็มี ฆ่ามารดาบิดาก็มี ฆ่าพระอรหันต์ก็มี ทำสงฆ์ให้แตกกันก็มี ทำโลหิตุปบาทก็มี พระเทวทัต ทำสงฆ์ให้แตกแยกกัน ไม่ใช่เพราะไม่สำรวมท้องเหรอ...
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จึงได้ทรงสอนให้สำรวมท้อง ผู้สำรวมท้องย่อมล่วงรู้อริจสัจ ๔ สำเร็จ สามัญผล ๔ มีความชำนานในปฏิสัมภิทา ๔ สมาบัติ ๘ อภิญญา ๖ ทรงไว้ซึ่งสมณธรรมทั้งสิ้น
ลูกนกแขกเต้าเป็นผู้สำรวมท้อง จึงได้ทำให้สวรรค์ชั้นดาวดึงส์หวั่นไหว ทำให้พระอินทร์เสด็จลงมาหาใช่หรือไม่ สมเด็จพระจอมไตรทรงเห็นอานิสงส์ต่าง ๆ อย่างนี้จึงได้สอนให้สำรวมท้อง
ส่วนข้อที่ตรัสว่า บางคราวได้เสวยอาหารเสมอขอบปากบาตรก็มี ยิ่งกว่าก็มีนั้นเป็นคำที่พระตถาคตเจ้าผู้สำเร็จกิจทั้งปวงแล้วได้ตรัสไว้ด้วยมุ่งหมายพระองค์เองเท่านั้น
ผู้เป็นโรคเมื่อต้องการหายจากโรค ควรงดเว้นของแสลงฉันใด ผู้ยังมีกิเลสอยู่ยังไม่เห็นของจริง ก็ควรสำรวมท้องฉันนั้น
อีกอย่างหนึ่ง แก้วมณีที่บริสุทธิ์ผ่องใสอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขัดสีฉันใดพระพุทธเจ้าผู้สำเร็จพุทธวิสัยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องห้ามในพุทธจริยาทั้งหลายฉันนั้น ขอถวายพระพร
ถูกแล้ว พระนาคเสน