พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า
ข้าแต่พระนาคเสน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ถ้าสตรีทั้งปวงได้ขณะ คือ โอกาส ๑ ได้ที่ลับ ๑ ถูกเกี้ยว ๑ พร้อมด้วยองค์ ๓ นี้แล้ว ต้องทำความชั่วถึงไม่พบเห็นบุรุษอื่นที่ดีกว่าคนง่อยเปลี่ย ก็ต้องทำความชั่วกับคนง่อยเปลี้ย ดังนี้
แต่มีกล่าวไว้อีกว่า นางอมราภรรยาของมโหสถ ถูกมโหสถทิ้งไว้ที่กระท่อมยายแก่คนหนึ่ง ให้อยู่ในที่สงัดโดยลำพังแล้ว ให้บุรุษไปเล่าโลมด้วยทรัพย์ตั้งพัน ก็ไม่ยอมทำความชั่ว
ถ้าข้อที่ตรัสไว้นั้นเป็นของจริง ข้อที่กล่าวถึงนางอมรานั้นก็ไม่จริง ถ้าข้อที่กล่าวถึงนางอมรานั้นจริง ข้อที่ตรัสไว้นั้นก็ไม่จริงปัญหานี้ก็เป็นอุภโตโกฏิ โปรดแก้ไขให้สิ้นสงสัยด้วยเถิด
พระพนาคเสนตอบว่า
ขอถวายพระพร ข้อที่ตรัสไว้ทั้งสองอย่างนั้นจริงทั้งนั้น แต่นางอมรานั้นไม่ได้ขณะโอกาส ไม่ได้ที่ลับ ไม่ถูกเกี้ยว
ข้อที่ว่า นางอมราไม่ได้โอกาสนั้น คือ นางอมรากลัวถูกติเตียนในโลกนี้ ๑ กลัวไฟ นรกในโลกหน้า ๑ ยังไม่สละมโหสถซึ่งเป็นที่รักของตน ๑ ยังเคารพมโหสถอยู่มาก ๑ ยังเคารพธรรมอยู่มาก ๑ ยังมีนิสัยติเตียนความเลวอยู่ ๑ ไม่อยากจะทำลายความดีของตน ๑ รวมเป็นเหตุหลายอย่างด้วยกัน ดังนี้ จึงเรียกว่าไม่ได้โอกาส
ข้อที่ว่า ไม่ได้ทีลับนั้น คือนางอมราเห็นว่าถึงมนุษย์ไม่เห็น อมนุษย์ก็ต้องเห็น ถ้าอมนุษย์ไม่เห็น ผู้รู้จิตใจของผู้อื่นก็ต้องเห็น ถ้าผู้รู้จิตใจของผู้อื่นไม่เห็น ตัวเองก็ต้องเห็น นึกอยู่อย่างนี้ จึงไม่ทำความชั่วในคราวนั้น
ข้อที่ว่า ไม่ถูกเกี้ยวนั้น คือถูกเกี้ยวก็จริงแต่ว่าเหมือนกับไม่ถูกเกี้ยว เพราะนางอมรานึกเกรงความดีของมโหสถอยู่มาก นางรู้ว่ามโหสถเป็นเจ้าปัญญา ประกอบด้วยองค์คุณถึง ๒๘ ประการ คือ
เป็นผู้แกล้วกล้า ๑ เป็นผู้มีความละอายต่อความชั่ว ๑ เป็นผู้กลัวความชั่ว ๑ มีพรรคพวก ๑ มีมิตรสหาย ๑ อดทน ๑ มีศีล ๑ พูดจริง ๑ มีความบริสุทธิ์ ๑ ไม่ขี้โกรธ ๑ ไม่ถือตัว ๑ ไม่ริษยา ๑ มีความเพียร ๑ รู้จักหาทรัพย์ ๑ รู้จักยึดเหนี่ยวน้ำใจผู้อื่น ๑
ชอบแบ่งปัน ๑ มีวาจาไพเราะ ๑ รู้จักเคารพยำเกรง ๑ เป็นคนอ่อนโยน ๑ ไม่โอ้อวด ๑ ไม่มีมารยา ๑ มีความคิดดีมาก ๑ มีวิชาดีมาก ๑ มีชื่อเสียง ๑ เกื้อกูลผู้อาศัย ๑ เป็นที่พอใจของคนทั้งปวง ๑ มีทรัพย์ ๑ มียศ ๑
นางอมราเห็นว่าผู้ที่มาเกี้ยวนั้นสู้มโหสถไม่ได้ จึงไม่ยอมทำความชั่ว ดังนี้ ขอถวายพระพร
สาธุ....พระนาคเสน คำแก้ของพระผู้เป็นเจ้านี้ ถูกต้องดีแล้ว