ปัญหาที่ ๕
ถามถึงความ
มีขึ้นแห่งสังขารที่ไม่มี


                        “ข้าแต่พระนาคเสน สังขารบางอย่างไม่มี แต่มีขึ้น มีบ้างหรือไม่”

    “ขอถวายพระพร ไม่มี สังขารที่มีอยู่เท่านั้นมีขึ้น เช่นพระราชมณเฑียรที่มหาบพิตรประทับนั่งอยู่นี้ เมื่อก่อนไม่มี แต่มีขึ้น”

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ในข้อนี้ได้ความว่า สังขารทุกอย่างที่ไม่มี แต่มีขึ้น...ไม่มี มีขึ้นเฉพาะที่มีอยู่เท่านั้น”

อุปมาพระราชมณเฑียร

   “ขอถวายพระพร ไม้ที่นำมาทำพระราชมณเฑียรนี้ ได้เกิดอยู่แล้วในป่า ดินเหนียวนี้ได้มีที่แผ่นดิน แต่มามีขึ้นในที่นี้ด้วยความพยายามของสตรีและบุรุษทั้งหลาย

   เป็นอันว่า พระราชมณเฑียรนี้มีขึ้นด้วยอาการอย่างนี้ฉันใด สังขารบางอย่างนี้ที่ไม่มีแล้วมีขึ้น...ไม่มี มีขึ้นเฉพาะสังขารที่มีอยู่เท่านั้น ฉันนั้น”

    “ขอนิมนต์อุปมาอีก”

อุปมาด้วยต้นไม้

   “ขอถวายพระพร พืชเล็ก ๆ เกิดอยู่ในแผ่นดิน พืชเหล่านั้นย่อมีใบ ดอก ผล ตามลำดับ พืชที่เกิดเป็นลำต้นเหล่านั้นไม่มีอยู่ แต่มีขึ้นหามิได้”

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เป็นอันว่าต้นไม้เหล่านั้นเป็นของมีอยู่แล้ว จึงมีขึ้นได้อย่างนั้นนะ”

    “ขอถวายพระพร อย่างนั้นแหละ คือ สังขารบางอย่างที่ไม่เคยมี แต่มีขึ้น...เป็นอันไม่มี มีขึ้นเฉพาะแต่ที่มีอยู่เท่านั้น”

   “ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้น”

อุปมาด้วยช่างหม้อ

   “ขอถวายพระพร ช่างหม้อขุดเอาดินจากแผ่นดิน แล้วมาทำเป็นภาชนะต่าง ๆ ขึ้น ภาชนะเหล่านั้นยังไม่เคยมี แต่มีขึ้น จึงว่ามีเป็นเฉพาะของที่มีอยู่เท่านั้นฉันใด สังขารบางอย่างที่ไม่มี แต่มีขึ้น....เป็นอันไม่มี มีขึ้นเฉพาะ แต่ที่มีอยู่เท่านั้น ฉันนั้น”

    “ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้นไป”

อุปมาด้วยพิณ

   “ขอถวายพระพร เหมือนอย่างว่า เมื่อก่อนใบพิณไม่มี หนังขึ้นพิณก็ไม่มี รางพิณก็ไม่มี คันพิณก็ไม่มี ลูกบิดก็ไม่มี สายพิณก็ไม่มี นมพิณก็ไม่มี ความพยายามอันเกิดจากกระทำของบุรุษก็ไม่มี แต่มีเสียงขึ้นอย่างนั้นหรือ”

   “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร เพราะใบพิณมี หนังขึ้นพิณก็มี รางพิณก็มี คันพิณก็มี ที่รองพิณก็มี สายพิณก็มี นมพิณก็มี ความพยายามอันเกิดจากการกระทำของบุรุษก็มี จึงมีเสียงขึ้นอย่างนั้นหรือ”

    “อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือสังขารบางอย่างไม่มี แต่มีขึ้น....เป็นอันไม่มี มีขึ้นเฉพาะแต่ที่มีอยู่เท่านั้น”

   “ขอนิมนต์อุปมายิ่งขึ้นไปอีก”

อุปมาด้วยไฟ

    “ขอถวายพระพร เหมือนอย่างว่าแม่ไม้สีไฟไม่มี ลูกไม้สีไฟก็ไม่มี เชือกที่ผูกไม้สีไฟก็ไม่มี ไม้ที่จะหนุนขึ้นไว้ก็ไม่มี ปุ๋ยหรือฝอยในแม่ไม้สีไฟก็ไม่มี ความพยายามอันเกิดจากการกระทำของบุรุษก็ไม่มี แต่มีไฟขึ้นอย่างนั้นหรือ”

    “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร เพราะเหตุที่แม่ไม้สีไฟก็มี ลูกไม้สีไฟก็มี เชือกรัดแม่ไม้สีไฟก็มี ไม้สำหรับหนุนแม่ไม้สีไฟให้สูงขึ้นก็มี ปุ๋ยหรือฝอยในแม่ไม้สีไฟก็มี ความพยายามอันเกิดจากการกระทำของบุรุษก็มี ไฟนั้นจึงมีขึ้นได้อย่างนั้นหรือ”

    “อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ คือสังขารบางอย่างไม่มี แต่มีขึ้น...เป็นอันไม่มี มีขึ้นเฉพาะแต่ที่มีอยู่แล้วเท่านั้น”

    “ขอให้อุปมายิ่งขึ้นไปกว่านี้”

อุปมาด้วยแก้วมณี

   “ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนแก้วมณีไม่มี แสงแดดก็ไม่มี ขี้โคแห้งก็ไม่มี แต่ไฟเกิดขึ้นได้อย่างนั้นหรือ”

    “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ก็เหตุที่แก้วมณีก็มีแสงแดดก็มี ขี้โคแห้งก็มี ไฟจึงมีขึ้นอย่างนั้นหรือ”

    “อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือสังขารบางอย่างที่ไม่เคยมี แต่มีขึ้น...ย่อมไม่มี มีขึ้นแต่เฉพาะที่มีอยู่แล้วเท่านั้น”

    “ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งไปกว่านี้อีก”

อุปมาด้วยกระจกเงา

    “ขอถวายพระพร เปรียบเช่นกับกระจกเงาไม่มี แสงสว่างก็ไม่มี หน้าคนที่จะส่องก็ไม่มี แต่มีหน้าคนเกิดขึ้นที่กระจกเงานั้นอย่างนั้นหรือ”

    “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร เพราะเหตุที่กระจกเงาก็มีอยู่ แสงสว่างก็มีอยู่ หน้าคนที่ส่องกระจกนั้นก็มีอยู่ เงาหน้าคนจึงปรากฏที่กระจกอย่างนั้นหรือ”

    “อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือ สังขารบางอย่างที่ยังไม่เคยมี แต่มีขึ้น....ย่อมไม่มี มีขึ้นเฉพาะที่เคยมีอยู่แล้วเท่านั้น ขอถวายพระพร”

   “ผู้เป็นเจ้าแก้ถูกต้องดีแล้ว”

    (ฎีกามิลินท์ อธิบายคำว่า “มีอยู่” หมายถึงมีอยู่แล้วในอดีตกาล)