ปัญหาที่ ๗
ถามเรื่องถือ
กำเนิดในครรภ์มารดา


                        ข้าแต่พระนาคเสน เมื่อสัตว์จะเข้าถือกำเนิดในท้องมารดา เข้าไปทางทวารไหน ?”

   “ขอถวายพระพร ไม่ปรากฎว่าเข้าไปทางทวารไหน”

   “ขอนิมนต์อุปมาด้วย”

   “ขอถวายพระพร หีบแก้วของมหาบพิตรมีอยู่หรือ?”

   “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

   “ขอถวายพระพร ขอจงนึกเข้าไปในหีบแก้วดูชิ”

   “โยมนึกเข้าไปแล้ว”

   “ขอถวายพระพร จิตของโยมไม่ปรากฎว่านึกว่าเข้าไปทางไหน”

   “ข้าแต่พระนาคเสน จิตของโยมไม่ปรากฏว่านึกเข้าไปทางไหน”

   “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร สัตว์ที่เข้าไปถือกำเนิดในท้องมารดา ก็ไม่ปรากฎว่าเข้าไปทางไหนฉะนั้น”

   “ข้าแต่พระนาคเสน การที่พระผู้เป็นเจ้าแก้ปัญหาปฎิภาณอันวิจิตรยิ่งนี้ได้เป็นอัศจรรย์นักหนา ถ้าพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่คงจะประทานอนุโมทนาสาธุการเป็นแน่แท้”

 

ปัญหาที่ ๘
ถามเรื่องโพชณงค์ ๗

   “ข้าแต่พระนาคเสน โพชณงค์ มีเท่าไร ?”

   “ขอถวายพระพร มี ๗ ประการ”

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า บุคลลตรัสรู้ด้วยโพชณงค์เท่าไร?”

   “ขอถวายพระพร บุคคลตรัสรู้ด้วยโพชณงค์ข้อเดียว”

   “คือข้อไหน พระผู้เป็นเจ้า ?”

   “ขอถวายพระพร คือข้อ ธัมมวิจยสัมโพชณงค์” (ใคร่ครวญธรรมะ)

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าอย่างนั้น พระพุทธองค์ทรงโพชณงค์ ๗ ไว้ทำไม ?”

   “ขอถวายพระพร พระองค์จะเข้าพระทัยความข้อนี้อย่างไร...คือดาบที่บุคคลสวมไว้ในฝัก บุคลไม่ได้ชักออกจากฝัก อาจตัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ขาดได้หรือ?”

   “ไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า”

   “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือ บุคคลปราศจาก ธัมมวิจยสัมโพชณงค์ แล้วตรัสรู้ด้วยโพชณงค์ ๖ ไม่ได้”

   “ถูกแล้ว พระนาคเสน”

อธิบาย

   โพชณงค์ คือองค์เป็นเครื่องตรัสรู้มี ๗ ประการ ดังนี้

          ๑ สติ ระลึกนึกไว้เสมอ

          ๒ ธัมมวิจยะ ใคร่ครวญธรรมะที่เราจะปฎิบัติ

          ๓ วิริยะ มีความเพียรต่อสู้กับอุปสรรค

          ๔ ปีติ สร้างความอิ่มเอิบใจให้ปรากฎกับจิต

          ๕ ปัสสัทธิ ความสงบ คือสงบจากนิวรณ์ หรือสงบจากกิเลส

          ๖ สมาธิ มีความตั้งใจมั่น

          ๗ อุเบกขา ทรงอารมณ์เดียวเข้าไว้ไม่ยอมรับทราบอารมณ์อื่นเข้ามาสนใจ