ข้าแต่พระนาคเสน บุญและปาบข้างไหนมากกว่ากัน
ขอถวายพระพร บุญมากกว่าบาป บาปน้อยกว่า
ข้าแต่พระผู้ป็นเจ้า ทำไมจึงว่าบุญมากกว่า บาปน้อยกว่า ?
ขอถวายพระพร บุคคลทำบาปแล้ว ย่อมร้อนใจในภายหลังว่า เราได้ทำบาปไว้แล้วเพราะเหตุนั้นบาปก็ไม่ได้มากขึ้น
ส่วนบุญเมื่อบุคคลทำเข้าแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีแต่ปราโมทย์ ปีติ ใจสงบมีความสุข จิตเป็นสมาธิ
เพราะฉะนั้น บุญจึงมากขึ้น ดังมีบรุษผู้มีมือมีเท้าขาดแล้ว ได้บูชาพระด้วยดอกบัวเพียงกำเดียว ก็จักได้เสวยผลถึง ๙๑ กัป ด้วยเหตุนี้แหละ จึงว่าบุญมากกว่า ขอถวายพระพร
ชอบแล้ว พระผู้เป็นเจ้า
ปัญหาที่ ๑๐
ถามถึงการทำบาปแห่งผู้ไม่รู้
ข้าแต่พระนาคเสน สมมุติว่าทีคน ๒ คน คนหนึ่งรู้จักบาป อีกคนหนึ่งไม่รู้จัก แต่กระทำบาปด้วยกันทั้งสองคน ข้างไหนจะได้บาปมากว่ากัน ?
ขอถวายพระพร ข้างไม่รู้จักได้บาปมากกว่า
ข้าแต่พระนาคเสน ราชบุตรของโยมหรือราชมหาอำมาต์คนใดรู้ แต่ทำผิดลงไปโยมลงโทษแก่ผู้นั้นเป็นทวีคูณ
ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยความข้อนี้อย่างไร ..คือสมมุติว่ามีคน ๒ คน จับก้อนเหล็กแดงเหมือนกัน คนหนึ่งรู้ว่าเป็นก้อนเหล็กแดง อีกคน หนึ่งไม่รู้ คนไหนจะจับแรงกว่ากัน ?
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า คนไม่รู้จับแรงกว่า
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือผู้ไม่รู้บาปได้บาปมากกว่า
ชอบแล้ว พระนาคเสน
ปัญหาที่ ๑๑
ถามถึงผู้ที่ไป
อุตตรกุทวีปและสวรรค์
ข้าแต่พระนาคเสน ผู้ไปสู่อุตตกุรทวีปหรือพรหมโลก หรือไปทวีปอื่นด้วยกายนี้มีอยู่หรือ ?
ขอถวายพระพร มีอยู่
ข้อนี้คืออย่างไร พระผู้เป็นเจ้า ?
ขอถวายพระพร มหาบพิตรกระโดดที่แผ่นดินนี้ได้คืบหรือศอก?
อ๋อ..โยมเคยกระโดดได้ ๘ ศอก
พอโยมคิดว่าจะกระโดด กายของโยมก็เบา โยมจึงกระโดดได้ถึง ๘ ศอก
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือภิกษุผู้มีฤืธิ์ มีอำนาจทางจิตภาวนา อธิษฐานจิตแล้ว ก็เหาะไปสู่เวหาสได้
ถูกแล้ว พระนาคเสน