พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า
ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้แก่โยมว่า ทำอย่างไรทุกข์นี้จึงจะดับไปและทุกข์อื่นจึงไม่เกิดขึ้น ก็ควรรีบทำอย่างนั้น แต่โยมเห็นว่า ประโยชน์อะไรกับการรีบพยายามทำอย่างนั้น ต่อเมื่อถึงเวลา จึงควรทำไม่ใช่หรือ?
พระเถระตอบว่า
ขอถวายพระพร เมื่อถึงเวลาแล้วความพยายามก็จะไม่ทำสิ่งนั้นให้สำเร็จไป ความรีบพยายามนั้นแหละ จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จไป
ขอนิมนต์อุปมาด้วย
อุปมาการขุดน้ำ
ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าใจความข้อนี้อย่างไร ....คือเมื่อใดมหาบพิตรอยากเสวยน้ำ เมื่อนั้นมหาบพิตรจึงจะให้ขุดที่มีน้ำ ให้ขุดสระโบกขรณี ให้ขุดเหมืองน้ำว่า เราจักดื่มน้ำอย่างนั้นหรือ?
ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร เมื่อถึงเวลาแล้วความพยายามไม่สำเร็จประโยชน์ ความรีบพยายามไว้ก่อนนั้นแหละ จึงจะสำเร็จประโยชน์
ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้นไป
อุปมาการไถนา
ขอถวายพระพร เมื่อใดมหาบพิตรหิวเมื่อนั้นหรือ....มหาบพิตรจึงจักให้ไถนา ปลูกข้าวสาลี หว่านพืช ขนข้าวมา หรือปลูก ข้าวเหนียว ด้วยรับสั่งว่า เราจักกินข้าว?
ทำอย่างนั้นไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร เมื่อถึงเวลาแล้วความพยายามไม่สำเร็จประโยชน์ความรีบพยายามไว้ก่อนนั้นแหละ จึงจะสำเร็จประโยชน์
ขออุปมายิ่งให้ยิ่งขึ้นไปอีก
อุปมาการทำสงคราม
ขอถวายพระพร เมื่อใดสงครามมาติดบ้านเมือง เมื่อนั้นหรือ....มหาบพิตรจึงจะให้ขุดคู สร้างกำแพง สร้างเขื่อน สร้างป้อม ขนเสบียงอาหารมาไว้ ให้ฝึกหัดช้าง ม้า รถ ธนู ดาบ?
ทำอย่างนั้นไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร เมื่อถึงเวลาความพยายามไม่สำเร็จประโยชน์ ความรีบพยายามไว้ก่อนนั้นแหละ จึงจะสำเร็จประโยชน์ ข้อนี้สมกับที่สมเด็จพระพบรมโลกนาถศาสดาจารย์ตรัสประทานไว้ว่า
บุคคลรู้สิ่งใดป็นประโยชน์แก่ตนควรรีบทำสิ่งนั้น ผู้มีความคิด มีความรู้ มีความบากบั่น ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างพ่อค้าเกวียน คือพ่อค้าเกวียนทิ้งทางเก่า อันเป็นทางเสมอ กว้างใหญ่ดี แล้วขับเกวียนไปในทางใหม่ ที่เป็นทางไม่เสมอดี เวลาเพลาเกวียนหักแล้วก็ซบเซาฉันใด
บุคคลผู้โง้เขลาหลีกออกจากธรรมะไม่ประพฤติตามธรรม จวนใกล้ตายก็จะต้องซบเซา เหมือนพ่อค้าเกวียนที่มีเพลาเกวียนหักไปแล้วฉะนั้น
ด้งนี้ ขอถวายพระพร
พระผู้เป็นเจ้ากล่าวสมควรแล้ว
