พระนาคเสน
แสดงธรรมเป็นธรรมเป็นครั้งแรก

 

                      พระอัสสคุตต์นั้นอุบาสิกาคนหนึ่งเป็นผู้อุปัฎฐากมาประมาณ ๓๐ พรรษาแล้ว เมื่อล่วง ๓ เดือนนั้นไปแล้ว อุบาสิกานั้นจึงออกไปถามพระเถระว่า

   ในพรรษานี้มีภิกษุอื่นมาอยู่กับผู้เป็นเจ้าบ้างหรือ?”

   พระเถระก็ตอบว่า

   “มี คือพระนาคเสน”

   อุบาสิกานั้นจึงกล่าวว่า

   “ถ้าอย่างนั้น พรุ้งนี้เช้าขอพระผู้เป็นเจ้ากับพระนาคเสน จงเข้าไปฉันภัตตาหารเช้าที่บ้านของโยมด้วย” พระเถระก็รับด้วยอาการนิ่งอยู่

    พระอัสสคุตตเถระมิได้สนทนากับพระนาคเสน จนตลอดถึงวันปวารณาออกพรรษา เช้าวันนั้นพระเถระจำต้องเจรจากับพระนาคเสน จึงกล่าวว่าอุบาสิกาเข้ามานิมนต์ไปฉันภัตตาหารเช้าด้วยกัน แล้วจึงพาพระนาคเสนเข้าไปฉันที่บ้านของอุบาสิกานั้น

   ครั้นฉันแล้ว จึงบอกให้พระนาคเสนอนุโมทนา ส่วนตัวท่านเองขอกลับไปก่อนฝ่ายอุบาสิกานั้นจึงกล่าวต่อพระนาคเสนว่า

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โยมแก่แล้ว ขอท่านจงอนุโมทนาด้วยคาถาที่ลึกซึ้งเถิด”

   พระนาคเสนก็อนุโมทนาด้วยคาถาอันลึกซึ้ง เมื่อจบคำอนุโมทนาลง อุบาสิกานั้นก็ได้สำเร็จพระโสดาปัตติผล

   ในขณะนั้น พระอุสสคุตตเถระกำลังนั่งอยู่ที่โรงกลมกว้างใหญ่ในวิหาร ได้ทราบความเป็นไปด้วยทิพจักขุญาณ จึงสาธุการว่า

    “สาธุ...สาธุ...นาคเสน ในที่ประชุมทั้งสอง คือมนุษย์และเทวดา เธอได้ทำลายให้คลายจากความสงสัย ด้วยลูกศรเพียงลูกเดียว กล่าวคือได้แสดงธรรมเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ผู้รับฟังบรรลุมรรคผลได้ สาธุ...เราขอชมสติปัญญาของเธอนี้ประเสริฐนักหนา”

   ในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าเทพยดานางฟ้าอีกหลายพัน ต่างก็ได้ตบมือสาธุการ ผงจันทน์ทิพย์ในสวรรค์ ก็โปรยปรายลงมาดังสายฝน ขณะเมื่อจบลงแห่งพระสัทธรรมเทศนานั้น

   ฝ่ายพระนาคเสนก็กลับไปกราบพระอัสสคุตตเถระแล้วนั่งอยู่ พระอุสสคุตตเถระจึงกล่าวว่า

   “ตัวเธอมาอยู่ที่นี่นานแล้ว จงไปขอเรียนพระพุทธวจนะจาก พระธรรมรักขิต ผู้อยู่ในอโศการามด้านทิศอุดร แห่งเมืองปาตลีบุตรนครเถิด”

   พระนาคเสนจึงเรียนถามว่า

   “ท่านขอรับ เมืองปาตลีบุตรอยู่ไกลจากนี้สักเท่าใด? ”

   “ไกลจากนี้ประมาณ ๑๐๐ โยชน์ ”

    “เมืองปาตลีบุตรอยู่ไกลมาก อาหารในระหว่างทางก็หาได้ยาก กระผมจะไปได้อย่างไรขอรับ?”

   “เธอจงไปเถิด ในระหว่างทางเธอจะได้อาหารล้วนแต่ข้าวสาลีไม่มีเมล็ดหักพร้อมทั้งกับข้าวอีกเป็นอันมาก”

    พระนาคเสนจึงกราบลาพระอัสสคุตต์แล้วออกเดินทางไปตามลำดับ