ปัญหาที่ ๘
ถามถึงที่อยู่
แห่งผลกรรม


                        “ข้าแต่พระนาคเสน กรรมดีและกรรมชั่ว ที่บุคคลทำด้วยนามรูปนี้ไปอยู่ที่ไหน ? ”

    “ขอถวายพระพร ติดตามผู้ทำไปเหมือนกับเงาตามตัว”

    “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า อาจชี้กรรมเหล่านั้นได้หรือไม่ว่า กรรมเหล่านั้นได้หรือไม่ว่า กรรมเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?”

    “ขอถวายพระพร ไม่อาจชี้ได้”

    “ขอนิมนต์อุปมาด้วย”

    “ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนต้นไม้ที่ยังไม่มีผล มหาบพิตรอาจชี้ได้หรือไม่ว่าผลอยู่ที่ไหน?”

    “ไม่อาจชี้ได้ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร เมื่อมีการสืบต่อยังไม่ขาด ก็ไม่อาจชี้กรรมเหล่านั้นได้ว่ากรรมเหล่านั้นอยู่ที่ไหน”

    พระเจ้ามิลินท์จึงตรัสว่า

    “ถูกดีแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”  

 

ปัญหาที่ ๙
ถามถึงความ
รู้สึกของผู้จะเกิดอีก

   “ข้าแต่พระนาคเสน ผู้ใดจะเกิด ผู้นั้นรู้หรือว่า เราจะเกิด?”

    “ขอถวายพระพร รู้”

    “ขอนิมนต์อุปมาด้วย”

   “ขอถวายพระพร เหมือนอย่างชาวนาหว่านพืชลงที่แผ่นดินแล้ว เมื่อฝนตกดีเขารู้หรือว่า พืชจักงอกงามขึ้น?”

    “รู้ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือผู้ใดจะเกิด ผู้นั้นก็รู้ว่า เราจักเกิด”

    “ชอบแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”

 

ปัญหาที่ ๑๐
ถามเรื่องที่อยู่ของ
พระพุทธเจ้าที่ปรินิพพาน
 

   “ข้าแต่พระนาคเสน พระพุทธเจ้ามีจริงหรือ?”

    “ขอถวายพระพร มีจริง”

    “พระผู้เป็นเจ้าอาจชี้ได้หรือไม่ว่า พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน?”

    “ขอถวายพระพร พระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยการดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน”

    “ขออุปนิมนต์มาด้วย”

    “ขอถวายพระพร เปลวไฟที่ดับแล้ว มหาบพิตรอาจชี้ได้หรือไม่ว่า เปลวไฟนั้นไปอยู่ที่ไหน?”

    “ไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า เพราะเปลวไฟนั้นถึงซึ่งความไม่มีบัญญัติแล้ว”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร พระพุทธเจ้าดับบันธปรินิพพานไปแล้ว ก็ไม่มีใครอาจชี้ได้ว่าไปอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียง พระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น”

    “พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนานี้สมควรแล้ว”

 

จบวรรคที่
*********