ลำดับนั้น พระนาคเสนเถระได้กลับสู่สังฆารามอีก พระเจ้ามิลินท์ผู้มีพระวาจาเฉลียวฉลาด ผู้ชอบไต่ถาม ผู้มีความรู้ยิ่งผู้เฉียบแหลม ได้เข้าใกล้พระนาคเสน พื่อให้ความรู้แตกฉาน
เมื่อมีการไต่ถามโต้เถียงกับพระนาคเสนอยู่เนือง ๆ ไม่ขาดสาย ก็มีความรู้แตกฉานชำนาญในพระไตรปีฎก
อยู่มาคืนหนึ่งเมื่อทรงรำลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า อันประกอบด้วยองค์ ๙ ก็ได้ทรงเห็น เมณฑกปัญหา (คือปัญหาสองแง่) อันเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก
ด้วยถ้อยคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นปริยาย (คือโดยอ้อม) ก็มี ตรัสไว้โดยอรรถะ (คือมีความหมายลึกซึ้ง) ก็มี เป็นคำของพระพุทธสาวกก็มีอยู่
ความหมายของถ้อยคำเหล่านั้นเป็นของรู้ได้ยาก เปรียบเหมือนแพะชนกัน นานไปเบื้องหน้า จะเกิดวิวาทกันในถ้อยคำเหล่านั้น
เราควรจักให้พระนาคเสนเลื่อมใสต่อเราแล้ว ให้กล่าวแก้ซึ่ง เมณฑกปัญหา คือปัญหาอันอุปมาดังแพะชนกันให้แจ้งไว้ ปัญหาที่แก้ยากเหล่านั้น จักมีผู้
แก้ได้ตามทางที่พระนาคเสนได้ชี้ไว้
ทรงสมาทานวัตรบท ๘
เมื่อพระเจ้ามิลินท์ทรงดำริดังนี้แล้ว ทรงประดับ ประดาพระองค์ดีแล้ว ก็ทรงระลึกถึงสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าในอดีต อนาคต ปัจจุปัน แล้วทรงสมาทานวัตรบท ๘ ว่า
เราจะประพฤติตบะ จักทำให้อาจารย์ยินดีแล้ว จักถามปัญหา ทรงดำริดังนี้แล้ว ก็ทรงเปลื้องเครื่องประดับของกษัตริย์ ทรงแต่งพระองค์เป็นมุนี มาทานคุณธรรมทั้ง ๘ คือ
๑. จักไม่ทรงวินิจฉัยอรรถคดีตลอดถึง ๗ วัน
๒. ไม่ให้เกิดราคะ
๓. ไม่ให้เกิดความโกรธ
๔. ไม่ให้เกิดความหลง
๕. จักนบนอบกระทั้งทารกทาริกาของพวกทาสี
๖. จักรักษากายวาจาให้ดี
๗. จะรักษาอายตนะทั้ง ๖ ให้ดี
๘. จักทำใจให้เมตตา
ครั้นทรงมั่นอยู่ในคุณธรรมทั้ง ๘ นี้ตลอด ๗ วันแล้ว รุ้งเช้าวันที่ ๘ ก็เสวยพระกระยาหารเช้า แล้วสำรวมพระเนตรเป็นอันดี มีพระวาจาพอประมาณ มีพระอริยาบทอันดี มีพระทัยมั่นคงเบิกบาน แล้วเข้าไปหาพระนาคเสนเถระ กราบไหว้แล้วทรงยืนตรัสว่า
ข้าแต่พระนาคเสน โยมมีเรื่องที่จะสนทนากับพระผู้เป็นเจ้าในป่าที่เงี่ยบสงัด โดยลำพังสองคนไม่มีผู้อื่นปะปน
ป่านั้นต้องเป็นป่าประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นว่าที่สมควรแก่สมณะ เป็นป่าที่สมควรถามปัญหา ในการถามและแก้นั้นไม่ควรให้มีข้อลี้ลับ ควรให้แจ่มแจ้งทุกข้อ ควรให้เข้าใจได้ด้วยอุปมา
ข้าแต่พระนาคเสน แผ่นดินใหญ่นี้ย่อมเป็นที่เก็บเป็นที่ซ่อน ซึ่งสิ่งที่ควรเก็บควรเก็บควรซ่อนฉันใด โยมก็สมควรฟังข้อลึกลับ ที่ควรเก็บซ่อนไว้นั้น เมื่อมีข้อควรปรึกษาเกิดขึ้น โยมก็สมควรแก่ปรึกษา
พระเจ้ามิลินท์ตรัสอย่างนี้แล้ว ก็พร้อมกับพระเถระออกไปสู่ป่าใหญ่แห่งหนึ่งแล้วตรัสต่อไปอีกหลายอย่าง